ข้อบังคับหอการค้าภูเก็ต

ข้อบังคับ
ของ
หอการค้าจังหวัดภูเก็ต

หอการค้านี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ.2509 และอยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักงานทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดภูเก็ต

หมวดที่ 1
บทความทั่วไป

ข้อ 1. ชื่อของหอการค้า หอการค้านี้มีชื่อว่า " หอการค้าจังหวัดภูเก็ต "

เขียนชื่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า "THE PHUKET CHAMBER OF COMMERCE" เรียกเป็นชื่อภาษาอังกฤษว่า " เดอะ ภูเก็ต แชมเบอร์ ออฟ คอมเมิช " คำว่า " หอการค้า " ต่อไปในข้อบังคับนี้ ให้หมายถึง " หอการค้าจังหวัดภูเก็ต "

ข้อ 2. สำนักงานหอการค้า สำนักงานของหอการค้านี้ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 1/1 ถนนมนตรี ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 โทรศัพท์ (076) 217567-8 โทรสาร (076) 232-038

้ข้อ 3. ตราของหอการค้า ตราของหอการค้านี้มีเครื่องหมายเป็นรูป ดังนี้

 

หมายเหตุ ข้อ 2. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2538

 

หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์

ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของหอการค้า หอการค้านี้มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ คือ

1. ส่งเสริมวิสาหกิจต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน เศรษฐกิจ การบริการ และการประกอบอาชีพอิสระ ในเขตจังหวัดภูเก็ต เช่น รวบรวมสถิติ เผยแพร่ข่าวสารการค้า วิจัยเกี่ยวกับการค้าและเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว การออกใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า การวางมาตรฐานแห่งคุณภาพสินค้า การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า จัดตั้งและดำเนินการสถานการศึกษาที่เกี่ยวกับการค้าและเศรษฐกิจ พิพิธภัณฑ์สินค้า การจัดงานแสดงสินค้า การเป็นอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาททางการค้า

2.  รับปรึกษาและให้ข้อแนะนำแก่สมาชิกเกี่ยวกับการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน หรือเศรษฐกิจ และช่วยอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจของสมาชิก

3.  ให้คำปรึกษาและเสนอแนะแก่หอการค้าไทย และรัฐบาลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

4.  ประสานงานในทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการค้ากับทางราชการ

5.  เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมการกุศล และสาธารณสงเคราะห์

6.  เพื่อปฏิบัติกิจการอื่น ๆ ตามแต่จะมีกฎหมายระบุให้เป็นหน้าที่ของหอการค้า หรือตามที่ทางราชการมอบหมาย

7.  ไม่ประกอบกิจการค้าหรือไม่ดำเนินการทางการเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น

8.  ให้หอการค้าสามารถถือตราสารหนี้หรือเข้าหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้ได้

 

หมวดที่ 3
สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 5. ประเภทสมาชิก สมาชิกของหอการค้าแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ สมาชิกสมทบ และสมาชิกกิตติมศักดิ์

หมายเหตุ ข้อ 4. (1) , (8) จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2551

ข้อ 6. คุณสมบัติของสมาชิก

1. สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มีบุคคลสัญชาติไทยเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น เกินกึ่งจำนวนทุนของนิติบุคคลนั้น และประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงินหรือเศรษฐกิจ หรือเป็นรัฐวิสาหกิจ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือสมาคมการค้า ที่มีสมาชิกซึ่งมีสัญชาติไทยเกินกึ่งจำนวนของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งมีภูมิลำเนาหรือที่ตั้งสำนักงานอยู่ในเขตจังหวัดภูเก็ต

2. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ รัฐวิสาหกิจ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือสมาคมการค้า ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตจังหวัดภูเก็ต

3. สมาชิกสมทบ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลที่มิได้มีสัญชาติไทย หรือ สมาคมการค้าที่มีสมาชิกเป็นคนต่างด้าวเกินกึ่งจำนวนของสมาชิกทั้งหมด หรือสหภาพแรงงาน หรือสมาคมตามกฎหมายอื่น หรือสมาชิกสามัญของหอการค้าไทยหรือหอการค้าจังหวัดเป็นสมาชิกสมทบของหอการค้าจังหวัดอื่นได้

4. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ อดีตประธานกรรมการหอการค้า บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้อุปการะคุณหอการค้า ซึ่งคณะกรรมการของหอการค้ามีมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกและบุคคลนั้นตอบรับเชิญ

ข้อ 7. คุณลักษณะของผู้ที่จะเป็นสมาชิก นอกจากมีคุณสมบัติตามกำหนดไว้ใน ข้อ 6. แล้ว ผู้จะเข้าเป็นสมาชิกของหอการค้ายังจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย คือ

1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

3. ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนดโทษชั้นลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท ทั้งนี้เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากคณะกรรมการของหอการค้าเป็นกรณีพิเศษ

4. ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม

5.  เป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร

6.  เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

ให้นำข้อความดังกล่าวข้างต้นไปใช้บังคับแก่คุณลักษณะของผู้แทนนิติบุคคล ตามข้อ 11. ด้วย

หมายเหตุ ข้อ 6. (3) จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2551

ข้อ 8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกวิสามัญ หรือสมาชิกสมทบของหอการค้า จะต้องยื่นความจำนงต่อเลขาธิการหอการค้าหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการหอการค้าตามแบบพิมพ์ที่หอการค้าได้กำหนดไว้ โดยมีสมาชิกสามัญของหอการค้าเป็นผู้รับรองอย่างน้อย 2 คน

ข้อ 9. การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการหอการค้าหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ นำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการของหอการค้าในคราวต่อไปครั้งแรกหลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการของหอการค้ามีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครทราบภายในกำหนดเวลา 7 วัน นับแต่วันที่ได้ลงมติ

หนังสือแจ้งดังกล่าวในวรรคแรกจะต้องจัดส่งเป็นจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของผู้สมัครที่ปรากฏอยู่ในใบสมัคร

ในกรณีที่มีมติให้รับ ผู้สมัครจะต้องชำระค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงหอการค้าภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือนี้

ข้อ 10. วันเริ่มสมาชิกภาพ ภายใต้บังคับแห่งความใน ข้อ 9. วรรคท้าย สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงประจำปีของหอการค้าเรียบร้อยแล้ว

ข้อ 11. สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลที่จะต้องแต่งตั้งผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอำนาจเต็มกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกิน 1 คน เพื่อปฏิบัติการในหน้าที่และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้น ในการนี้ผู้แทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทน หรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงมิได้

ผู้แทนนิติบุคคลในวรรคแรกจะต้องมีนิติสัมพันธ์กับนิติบุคคลนั้น ในฐานะเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทจำกัด หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น แล้วแต่กรณี

ข้อ 12. การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้

1. ตาย ( เว้นแต่ผู้แทนสมาชิกตามข้อ 11. ตาย ) หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล

2. ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6.1 หรือ 6.2 แล้วแต่กรณี

3. ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการหอการค้า และได้ชำระหนี้สินที่ค้างชำระแก่หอการค้าเรียบร้อยแล้ว

4. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย

5. ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

6. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่กำหนดโทษชั้นลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

7. คณะกรรมการของหอการค้ามีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้

(1)  เจตนากระทำการใดๆ ที่ทำให้หอการค้าเสื่อมเสียชื่อเสียง

(2)  เจตนาละเมิดข้อบังคับ

(3) ไม่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีและได้รับใบเตือนจากเจ้าหน้าที่ครบ 30 วันแล้วโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร

ข้อ 13. ทะเบียนสมาชิก ให้นายทะเบียนหอการค้าจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานหอการค้าโดยมีรายการตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติหอการค้า พ . ศ . 2509 ได้กำหนดไว้

 

หมวดที่ 4
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 14. สิทธิของสมาชิก

1. ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องเกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของหอการค้าจากหอการค้าเท่าที่จะอำนวยได้

2.  เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อหอการค้า หรือคณะกรรมการหอการค้าในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของหอการค้า เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของหอการค้า

3.  ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของหอการค้าได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการหอการค้า หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการหอการค้า

4.  เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็น ซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ

5.  มีสิทธิประดับเครื่องหมายของหอการค้า

6.  สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือประชุมใหญ่วิสามัญ

7.  สมาชิกสามัญที่มีอายุครบ 365 วัน นับแต่วันเริ่มสมาชิกภาพ จึงจะมีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการหอการค้าได้

8.  สมาชิกสามัญที่ผ่านการเป็นกรรมการหอการค้าไม่ต่ำกว่า 1 สมัย ( สมัยละ 2 ปี ) เท่านั้นจึงจะมีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการหอการค้า

9.  สมาชิกสามัญ ที่มีสถานะเป็น อดีตประธานกรรมการหอการค้าในสมัยล่าสุด จะต้องได้รับการแต่งตั้งเป็น " กรรมการอาวุโส " ในสมัยปัจจุบันโดยอัตโนมัติ

10.  กรรมการอาวุโส มีหน้าที่เทียบเท่ากรรมการที่ได้รับการคัดเลือก ยกเว้นการโหวตเลือกประธานหอการค้าในปัจจุบัน

ข้อ 15. หน้าที่ของสมาชิก

1. ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ มติของที่ประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการของหอการค้า และหน้าที่ของตนเองตามที่หอการค้าได้มอบหมายด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด

2.  ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของหอการค้า

3. ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของหอการค้าให้เจริญรุ่งเรืองและมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ

4. ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีธรรมระหว่างสมาชิก และปฏิบัติกิจการค้าในทำนองช่วยเหลือกันด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

5. ชำระค่าบำรุงให้แก่หอการค้าตามกำหนด

6. สมาชิกผู้ใดเปลี่ยน นาม นามสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้งสำนักงาน เปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจ หรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการหอการค้าทราบเป็นหนังสือ ภายในกำหนดเวลา 7 วัน นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ ข้อ 1 4. (9) , (10) จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2551

 

หมวดที่ 5
ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงหอการค้า

 

ข้อ 16. ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงหอการค้า

1. สมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญต้องชำระค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ( หนึ่งพันบาทถ้วน ) และค่าบำรุงหอการค้า 1,500 บาท ( หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน )

2. สมาชิกสมทบ จะต้องชำระค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ( หนึ่งพันบาทถ้วน )

และค่าบำรุงหอการค้าเป็นประจำปี ๆ ละ 1,500 บาท ( หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน )

3. สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญและสมาชิกสมทบที่ต้องการเป็นสมาชิกแบบตลอดชีพต้องชำระค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ( หนึ่งพันบาทถ้วน ) และค่าบำรุงหอการค้าตลอดชีพ 15,000 บาท ( หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน )

4. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงอย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ 17. ค่าบำรุงพิเศษ ที่ประชุมใหญ่สมาชิกอาจลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดให้กำหนดโครงการหน่วยงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่หอการค้าจะจัดทำอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของหอการค้า และมอบหมายให้คณะกรรมการของหอการค้าลงมติกำหนดจำนวนเงินเรียกเก็บจากสมาชิกสามัญเป็นคราว ๆ เพื่อการนั้นได้

 

หมวดที่ 6
คณะกรรมการของหอการค้า

ข้อ 18. การเลือกตั้งกรรมการของหอการค้า ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เป็นผู้บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหอการค้า และเป็นผู้แทนของหอการค้าในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกประกอบด้วยสมาชิกสามัญ ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่มีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน และไม่เกิน 25 คน

เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้นๆ จะมีมติเป็นอย่างอื่น การเลือกตั้งคณะกรรมการให้กระทำด้วยวิธีลงคะแนนลับ โดยให้สมาชิกสามัญ หรือ สมาชิกวิสามัญ หรือ สมาชิกสมทบ เสนอนามของสมาชิกสามัญ ซึ่งตนประสงค์ให้เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่ โดยมีสมาชิกสามัญอื่นรับรองไม่น้อยกว่า 2 คน แล้วที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้ง ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการ เท่าหรือไม่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในวรรคแรก และตามมติที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้น ๆ ถ้ามีผู้ได้คะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายที่จะได้เป็นกรรมการในคราวนั้น ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฏว่าได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก

ให้คณะกรรมการของหอการค้าเลือกตั้งกันเอง เพื่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมการหอการค้า 1 คน รองประธานหอการค้า 2-10 คน เลขาธิการหอการค้า เหรัญญิกหอการค้า นายทะเบียนหอการค้า ปฏิคมหอการค้า ประชาสัมพันธ์หอการค้า ตำแหน่งละ 1 คน และตำแหน่งอื่น ๆ ที่จะกำหนดหน้าที่ตามที่เห็นสมควร

คณะกรรมการของหอการค้าให้มีสภาพกรรมการ อยู่ได้คราวละ 2 ปี

ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติ พ . ศ . 2509 มาตรา 26 หรือ 40 กรรมการที่พ้นสภาพกรรมการไปแล้วอาจได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการอีกได้

สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใด จะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการหอการค้า เกินกว่า 2 คราวติดต่อกันมิได้

ข้อ 19. การพ้นจากสภาพกรรมการ กรรมการของหอการค้าย่อมพ้นจากสภาพกรรมการในกรณีดังต่อไปนี้

1.  ครบกำหนดออกตามวาระ

2.  ลาออกโดยคณะกรรมการของหอการค้าได้ลงมติอนุมัติแล้ว เว้นแต่การลาออกเฉพาะตำแหน่งในข้อ 18. วรรคสาม

3.  พ้นจากการเป็นผู้แทนของสมาชิกสามัญซึ่งเป็นนิติบุคคล

4.  ขาดจากสมาชิกภาพ

5.  ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกจากการเป็นกรรมการ

6.  เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติหอการค้า พ . ศ . 2509

7.  ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติหอการค้า พ . ศ . 2509

ในกรณีผู้แทนสมาชิกซึ่งเป็นนิติบุคคลตาม ข้อ 11. ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ ตายหรือพ้นจากตำแหน่งผู้แทนของสมาชิกรายนั้น ผู้แทนคนใหม่ของสมาชิกรายนั้น ๆ จะเข้าแทนที่กรรมการก็ได้

8. กำหนดให้ประธานกรรมการหอการค้าพ้นจากตำแหน่งเป็นรายบุคคล เมื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

หมายเหตุ ข้อ 19. (8) จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2547

ข้อ 20. กรณีกรรมการพ้นจากสภาพกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาร ะ ในกรณีที่มีกรรมการพ้นจากสภาพกรรมการก่อนกำหนดออกตามวาระ คณะกรรมการหอการค้า ให้คณะกรรมการเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งแทนกรรมการที่ว่างลงระหว่างวาระได้และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่

ข้อ 21. องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการของหอการค้า การประชุมของคณะกรรมการของหอการค้าจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม

ข้อ 22. มติที่ประชุมคณะกรรมการของหอการค้า นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการของหอการค้า ลงมติอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับนี้ให้ถือว่ามตินั้นใช้บังคับมิได้

ข้อ 23. ประธานในที่ประชุม ให้ประธานกรรมการหอการค้าเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการหอการค้าไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการหอการค้าผู้อาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งประธานกรรมการหอการค้าและรองประธานกรรมการหอการค้าไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 24. การประชุมคณะกรรมการของหอการค้า ให้มีการประชุมคณะกรรมการของหอการค้าอย่างน้อยสองเดือนต่อครั้ง อนึ่งในกรณีจำเป็นประธานคณะกรรมการหอการค้าหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทน หรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่า 5 คน จะเรียกประชุมมติพิเศษขึ้นก็ได้

ข้อ 25. การรับมอบงานของคณะกรรมการของหอการค้า เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แต่ละครั้ง ในกรณีครบวาระหรือคณะกรรมการชุดเดิมลาออกทั้งคณะ ให้คณะกรรมการของหอการค้าชุดใหม่ยื่นจดทะเบียนเป็นคณะกรรมการของหอการค้าต่อนายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดภูเก็ต ภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่

หมายเหตุ ข้อ 6. (20) จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2551

ได้รับเลือกตั้ง และให้เข้ารับมอบงานจากคณะกรรมการชุดเดิมของหอการค้าภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันยื่นจดทะเบียนเป็นกรรมการ

หากว่ายังไม่มีการยื่นจดทะเบียนเป็นกรรมการชุดใหม่ตามความในวรรคก่อน ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดเดิมเป็นคณะกรรมการของหอการค้าอยู่เดิมตราบเท่าเวลานั้น

ข้อ 26. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการของหอการค้า ให้คณะกรรมการของหอการค้ามีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

1. จัดดำเนินกิจการและทรัพย์สินของหอการค้าให้เป็นไปตามข้อบังคับและมติของที่ประชุม

2. เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะกรรมการของหอการค้า

3. วางระเบียบในการปฏิบัติงานของหอการค้าให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

4. ว่าจ้าง แต่งตั้ง และถอดถอนที่ปรึกษาของคณะกรรมการของหอการค้า อนุกรรมการหอการค้า เจ้าหน้าที่ และพนักงานทั้งปวงให้ทำกิจการเฉพาะอย่างหรือพิจารณาเรื่องต่าง ๆ อันอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของหอการค้า เพื่อให้การดำเนินงานของหอการค้าเป็นไปโดยเรียบร้อย โดยอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการของหอการค้า ที่ปรึกษาของคณะกรรมการหอการค้า อนุกรรมการของหอการค้า จะแต่งตั้งจากกรรมการ หรือสมาชิกหอการค้าหรือบุคคลภายนอกก็ได้

ข้อ 27. อำนาจหน้าที่กรรมการของหอการค้าในตำแหน่งต่าง ๆ อำนาจหน้าที่ของหอการค้าในตำแหน่งต่าง ๆ มีดังนี้

1.  ประธานกรรมการหอการค้า มีหน้าที่อำนวยงานเพื่อให้การดำเนินกิจการของหอการค้าเป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบในการปฏิบัติงานของหอการค้า เป็นผู้แทนของหอการค้าในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานที่ประชุมของคณะกรรมการของหอการค้า ตลอดจนในที่ประชุมใหญ่สามัญ

2.  รองประธานหอการค้า มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือประธานกรรมการหอการค้า ในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของประธานกรรมการหอการค้า และเป็นผู้ทำการแทนประธานกรรมการหอการค้า เมื่อประธานกรรมการหอการค้าไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

3.  เลขาธิการหอการค้า มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ของหอการค้าเป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการของหอการค้าและที่ประชุมใหญ่ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของหอการค้าจะได้มอบหมาย

4.  เหรัญญิกหอการค้า มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของหอการค้า ทำบัญชีการเงิน เก็บรักษาและจ่ายพัสดุของหอการค้า ตลอดปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของหอการค้าจะได้มอบหมาย

5.  นายทะเบียนหอการค้า มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่าง ๆ อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับการเงินของหอการค้า ตลอดปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของหอการค้าจะได้มอบหมาย

6.  ปฏิคมหอการค้า มีหน้าที่ต้อนรับ รักษาสำนักงานหอการค้า รักษาความเรียบร้อยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัดสถานที่ประชุม ตลอดปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของหอการค้าจะได้มอบหมาย

7.  ประชาสัมพันธ์หอการค้า มีหน้าที่เกี่ยวกับการโฆษณาเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการและผลงานต่าง ๆ ของหอการค้า ตลอดปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของหอการค้าจะได้มอบหมาย

ข้อ 28. ภายใต้บังคับแห่งความในหมวดนี้ ให้นำความในหมวดที่ 7 การประชุมใหญ่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

หมวดที่ 7
การประชุมใหญ่

ข้อ 29. การประชุมใหญ่ การประชุมใหญ่ให้หมายถึง การประชุมสมาชิกของหอการค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี คือ การประชุมใหญ่ที่จะต้องมีขึ้นครั้งหนึ่งทุกระยะเวลาสิบสองเดือน

2.  การประชุมใหญ่วิสามัญ คือ การประชุมใหญ่ครั้งอื่น ๆ บรรดามี นอกจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมสมาชิกประจำเดือน

ข้อ 30. กำหนดการประชุมใหญ่ กำหนดการประชุมใหญ่ มีดังนี้

1. ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีภายในเดือนมกราคมของทุกปี หรือไม่เกิน 120 วัน หากปีใดมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ให้ดำเนินการจดทะเบียนคณะกรรมการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีที่มีการเลือกตั้ง

2. ถ้ามีเหตุหนึ่งเหตุใด ซึ่งคณะกรรมการของหอการค้ามีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด แสดงความจำนงที่จะให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ โดยทำการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการของหอการค้า หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่เลขาธิการให้คณะกรรมการของหอการค้านัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ลงมติหรือวันที่ได้รับหนังสือ คำร้องขอ หรือหนังสือบอกกล่าว จะต้องระบุข้อความแจ้งเหตุเพื่อการใดที่จะขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญนี้ด้วย

หมายเหตุ ข้อ 30. ( 1 ) จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2547

ข้อ 31. การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมคณะกรรมการของหอการค้า จะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคน ได้ทราบ โดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏในทะเบียน หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนัดวันประชุมใหญ่ ไม่น้อยกว่า 7 วัน

ภายใต้ข้อบังคับความในวรรคแรก จะต้องจัดส่งสำเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว ( ถ้ามี ) ไปด้วย ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องแนบสำเนารายงานประจำปี และสำเนางบดุล รวมทั้งสำเนาบัญชีรายจ่ายซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วเพิ่มเติมไปด้วย

ข้อ 32. องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่ของหอการค้าจะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงถือเป็นองค์ประชุม

ข้อ 33. กรณีการประชุมในครั้งแรกสมาชิกไม่ครบองค์ประชุ ม กรณีเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่กำหนดโดยมติกรรมการหอการค้า หากล่วงเวลากำหนดแล้ว 1 ชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ให้ถือว่าการประชุมสิ้นสุด และให้จัดประชุมใหม่ในวันนั้นหลังกำหนดเดิม 1 ชั่วโมง โดยให้ถือจำนวนสมาชิกที่มานั้นเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้จะต้องไม่มีสมาชิกท่านหนึ่งท่านใดคัดค้าน หากมีผู้คัดค้านให้เลื่อนไปภายในกำหนด 15 วัน นับจากคราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้ จะมีสมาชิกมาเท่าใดให้ถือเป็นองค์ประชุม

กรณีการประชุมใหญ่ที่เกิดจากสมาชิกร้องขอ หากพ้นกำหนดเวลานัด 1 ชั่วโมง สมาชิก ไม่ครบองค์ประชุมให้ถือว่าการประชุมครั้งนั้นยกเลิก และไม่ต้องจัดประชุมอีก

หมายเหตุ ข้อ 32. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2543

ข้อ 34. ประธานในที่ประชุม ให้ประธานกรรมการหอการค้าเป็นเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้าประธานกรรมการหอการค้าไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน

หอการค้าผู้มีอาวุโสตามลำดับทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งประธานกรรมการหอการค้าและรองประธานหอการค้าไม่อยู่หรืออาจปฎิบัติหน้าที่ไม่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุมเลย ก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น

ข้อ 35. วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และสมาชิกสามัญคนหนึ่ง มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง

การออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณี คือ

1.  โดยวิธีเปิดเผย ให้ใช้วิธีชูมือ

2.  โดยวิธีลงคะแนนลับ

ทั้งสองวิธีจะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการของหอการค้าเห็นสมควร หรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมร้องขอทั้งนี้ต้องไม่ขัดกับข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดที่ได้ระบุวิธีการออกเสียงไว้แล้ว

ข้อ 36. มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 37. กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีดังนี้

1.  รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน

2.  พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินกิจการของหอการค้าที่ผ่านมาในรอบปี

3.  พิจารณาอนุมัติงบดุล

4.  เลือกตั้งคณะกรรมการของหอการค้า ( ในปีที่ครบกำหนด )

5.  แต่งตั้งที่ปรึกษาของหอการค้าประจำปี ผู้สอบบัญชีของหอการค้าประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน

6.  เรื่องอื่น ๆ ( ถ้ามี )

ข้อ 38. กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญ กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญนั้น ได้แก่ กิจการที่จะกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ่ แต่ไม่อาจหรือมีเหตุทำให้ไม่สามารถจัดทำได้ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 39. กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกประจำเดือน ให้มีการประชุมสมาชิกอย่างน้อยหกเดือนต่อครั้ง กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกประจำเดือนนั้น ได้แก่ กิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไปของหอการค้า นอกจากกิจการที่จำเป็นจะต้องกระทำได้ก็แต่โดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 40. การจัดทำรายงานบันทึกประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการของหอการค้า การประชุมใหญ่สมาชิก และการประชุมสมาชิกอื่น ๆ หรือการประชุมอนุกรรมการของหอ

การค้าให้จดบันทึกไว้ทุกครั้งและต้องเสนอต่อที่ประชุมเพื่อรับรองในคราวที่มีการประชุมครั้งต่อไป รายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้ว สมาชิกจะดูได้ในวันและเวลาทำการ

 

หมวดที่ 8
การเงิน เงินทุนพิเศษ และการบัญชีของหอการค้า

ข้อ 41. การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการของหอการค้าจัดทำงบดุลปีละครั้ง แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่ประจำปีไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข้อ 42. ปีการบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นสิ้นปีการบัญชีของหอการค้า

ข้อ 43. อำนาจของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีซึ่งที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งมีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชีและบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของหอการค้า และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของหอการค้าทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการตรวจสอบเช่นว่านั้น

ข้อ 44. การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน สมุดบัญชีและเอกสารการเงินของหอการค้า จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานหอการค้าและให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิกหอการค้า

ข้อ 45. การเงินหอการค้า เงินสดของหอการค้าจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์ซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดซึ่งหอการค้านี้ตั้งอยู่ ในนามของหอการค้า โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของหอการค้าไม่เกินวงเงิน 5,000 บาท ( ห้าพันบาทถ้วน ) ในการนี้เหรัญญิกหอการค้าเป็นผู้รับผิดชอบ และเก็บรักษาตัวเงิน การฝากและการถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของประธานกรรมการหอการค้า หรือรองประธานหอการค้า ที่ได้รับมอบหมาย 1 คน ( จากจำนวน 2 คน ) กับเหรัญญิกหอการค้า หรือเลขาธิการหอการค้า คนใดคนหนึ่ง

ข้อ 46. การจ่ายเงินของหอการค้า ในการจ่ายเงินของหอการค้าครั้งละเกินกว่า 10,000 บาท

( หนึ่งหมื่นบาทถ้วน ) ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการของหอการค้าทุกครั้งไปให้ประธานหอการค้า มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท

กรณีที่มีการสั่งจ่ายเงินมากกว่า 10,000 บาท ให้ประธานหอการค้าของมติจากที่ประชุมคณะกรรมการฯ ทุกครั้ง และให้ยึดถือการปฏิบัติตามข้อบังคับ 45

ข้อ 47. เงินทุนพิเศษ หอการค้าอาจหาเงินทุนพิเศษมาดำเนินกิจการและส่งเสริมความก้าวหน้าของหอการค้าได้ โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอกและสมาชิกร่วมกันบริจาค หรือกระทำการอื่นใดตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและไม่ขัดต่อกฎหมาย

 

หมวดที่ 9
การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกหอการค้า และการชำระบัญชี

ข้อ 48. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ ข้อบังคับนี้จะแก้ไข เปลี่ยนแปลงตัดทอน หรือเพิ่มเติมได้ก็แต่จะกระทำโดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม

ข้อ 49. การเลิกหอการค้า หอการค้านี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้

1. เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด

2. เมื่อล้มละลาย

3.  เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตาม มาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติหอการค้า พ . ศ . 2509

ข้อ 50. การชำระบัญชี เมื่อหอการค้านี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าว ในข้อ 49. การชำระบัญชีหอการค้าให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติหอการค้า พ . ศ . 2509 มาใช้บังคับ

ในกรณีที่หอการค้าต้องเลิกไปตามข้อ 49.1 ให้ที่ประชุมคราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกตามข้อ 49.3 ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการของหอการค้าชุดสุดท้าย ที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการของหอการค้าต่อนายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้ชำระบัญชี

หากมีทรัพย์สินของหอการค้าเหลือจากการชำระบัญชีให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศล สาธารณะกุศล แห่งหนึ่งแห่งใด หรือหลายแห่ง ตามมติของที่ประชุมใหญ่

 

หมวดที่ 10
บทเฉพาะกาล

ข้อ 51. เมื่อนายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดภูเก็ต ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นหอการค้าแล้ว ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง 9 คน ทำหน้าที่คณะกรรมการ ( ชั่วคราว ) ของหอการค้าจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการของหอการค้าตามข้อบังคับนี้ ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในกำหนดเวลา 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นหอการค้า

ภายใต้ข้อบังคับแห่งความวรรคแรก กรณีที่มีการประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการของหอการค้าชุดแรกในช่วงเวลาน้อยกว่า 3 เดือน นับตั้งแต่วันสิ้นปีการบัญชีของหอการค้า ให้ถือเอาวันสิ้นปีการบัญชีของหอการค้าเป็นวันแต่งตั้งคำนวณเวลาวาระกรรมการตามข้อ 10 วรรคสี่

ข้อ 52. เพื่อประโยชน์แห่งความในข้อบังคับ ข้อ 8. ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง 9 คน ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสามัญ

ข้อ 53. ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดภูเก็ต ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นหอการค้าเป็นต้นไป

All site contents copyright©2007 www.phuketchamber.com
PHUKET CHAMBER : 1/1 Montri Rd., Muang District, Phuket 83000 Thailand.
Tel. : 0-7621-7567-8 Fax : 0-7623-2038 e-mail : info@phuketchamber.com
design by : phuket2phuket.com tel. 081-677-6152