ข้อมูลจังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต
"ภูเก็ต" ได้มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่บ้านกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ขุดพบเครื่องมือหินและขวานหิน เป็นการแสดงให้ทราบว่ามีมนุษย์อาศัยในดินแดนแถบนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี มาแล้ว และได้มีหลักฐานการกล่าวถึงดินแดนในแถบนี้อีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ.700 หรือ คริสต์ศตวรรษที่ 2 ในบันทึกของนักเดินเรือ ชื่อ คลอดิอุส ปโตเลมี กล่าวถึงผืนดินหรือแผ่นดินในส่วนนี้ว่า "แหลมตะโกลา" เป็นผืนดินที่ถูกดันออกมาทางใต้กลายเป็นแหลมยาว ๆ อยู่ส่วนปลายสุดของจังหวัดพังงา อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของรอยเลื่อนของเปลือกโลกขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า รอยเลื่อนคลองมารุย (Klong Marui Fault) ซึ่งวางตัวเป็นแนวยาวจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพังงา ลงมาทางทิศตะวันออกของภูเก็ต ต่อมาได้ถูกคลื่นลมในทะเลกัดเซาะ และตัดพื้นที่ดังกล่าวนี้ออกจากผืนแผ่นดินใหญ่ จนกลายเป็นเกาะโดยเกิดร่องน้ำระหว่างจังหวัดภูเก็ตและพังงาขึ้น ที่เรียกว่า ช่องแคบปากพระ (เป็นร่องน้ำแคบ ๆ โดยส่วนที่ลึกที่สุดลึกเพียง 8-9 เมตร ) ในปัจจุบัน

สำหรับการเรียกขานภูเก็ตของชาวต่างประเทศ ในอดีตนอกจากจะมีปรากฎในบันทึก เมื่อปี พ.ศ.700 ของนักเดินเรือ คลอดิอุส ปโตเลมี ที่เรียกผืนดินในบริเวณนี้ว่า "แหลมตะโกลา" แล้ว ได้มีปรากฎหลักฐานการกล่าวถึงผืนดินในบริเวณนี้อีกครั้ง จากบันทึก และแผนที่การเดินเรือมาเอเชียตะวันออกของชาติยุโรป ระหว่างพ.ศ. 2054-2397 เรียกผืนดินนี้ว่า "จังซีลอน" นอกจากนี้ ได้มีหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกขานผืนดินนี้ของชาวทมิฬ์ในปี พ.ศ.1568 ว่า "มณิคราม" หมายถึง เมืองแก้ว ซึ่งมีความหมายตรงกับชื่อ "ภูเก็จ" ที่ปรากฎในจดหมายเหตุเมืองถลาง ฉบับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2328 และได้มีการเรียกขานเรื่อย ๆ จนกลายเป็น "ภูเก็ต" ซึ่งได้ปรากฎในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ พ.ศ. 2450 เป็นต้นมา

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ชื่อของจังหวัดภูเก็ตที่ได้มีการกล่าวขานตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งปัจจุบันนั้น ประกอบด้วย แหลมตะโกลา มณิคราม จังซีลอน ภูเก็ต และภูเก็ต ซึ่งในบางครั้งได้มีการเรียกขานว่า สิลัน ถลาง และทุ่งคาร่วมด้วย

คำขวัญประจำจังหวัดภูเก็ต
"ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม"

ตราประจำจังหวัดภูเก็ต

ตราประจำจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบันเริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2528 เป็นรูปอนุสาวรีย์สองวีรสตรี อยู่ในวงกลมล้อมด้วยลายกนก ซึ่งแสดงถึงวีรกรรมอันห้าวหาญของท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทรที่ได้ปกป้องเมืองถลางให้พ้น จากการรุกรานของพม่า เมื่อปลายปีมะเส็ง พ.ศ. 2328 สำหรับอักษรย่อของจังหวัดภูเก็ต ที่ ใช้ในทางราชการ คือ "ภก"

ธงประจำจังหวัดภูเก็ต

ธงประจำจังหวัดภูเก็ตทำด้วยผ้าสีฟ้ามีขอบสีขาว ตรงกลางปักภาพวาดรูปท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทร ด้านหลัง เป็นรูปภูเขาอยู่ในวงกลม

ต้นไม้ประจำจังหวัดภูเก็ต

ต้นไม้ประจำจังหวัดภูเก็ต คือ "ต้นประดู่"

ดอกไม้ประจำจังหวัดภูเก็ต

ต้นไม้ประจำจังหวัดภูเก็ต คือ "ดอกเฟื่องฟ้า"

สถาปัตยกรรมจังหวัดภูเก็ต
สถาปัตยกรรมของชาวภูเก็ตที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ ที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ และวัดวาอาราม สำหรับที่อยู่อาศัยที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวภูเก็ต สามารถแบ่งได้เป็น สถาปัตยกรรมแบบพื้นบ้าน สถาปัตยกรรมแบบจีน และสถาปัตยกรรมแบบผสม (แบบชิโนโปรตุกิส) ซึ่งมีรายละเอียดังนี้

รูปแบบ สถาปัตยกรรม : แบบพื้นบ้าน

ลักษณะสำคัญ วัสดุที่ใช้ ได้แก่ ไม้ไผ่ ไม้โกงกาง หวาย และจาก
คุณสมบัติ หาได้ง่ายจาก ท้องถิ่น
ลักษณะสำคัญ การตั้งเสาเรือนจะไม่ฝัง ดิน แต่จะวางหินเป็นฐาน
คุณสมบัติ ป้องกันการทรุด ตัว เพราะพื้นดินมีสภาพเป็นดินทราย
ลักษณะสำคัญ ฝาเรือนทำด้วยไม้ไผ่ขัด แตะเป็นลาย เช่น ลายลูกแก้ว ลายสองฯลฯ ไม่นิยม เจาะหน้าต่าง
คุณสมบัติ อากาศสามารถ ถ่ายเทได้สะดวก
ลักษณะสำคัญ ตัวเรือน ไม่มีระเบียง
คุณสมบัต เข้ากับสภาพภูมิ อากาศ ช่วงฝนตก พื้นเรือนจะไม่ผุ
ที่ตั้งบริเวณ บ้านดอน บ้านเคียน บ้านไนทอน และ บ้านฉลอง

รูปแบบ สถาปัตยกรรม : แบบจีน

ลักษณะสำคัญ วัสดุที่ใช้ ได้แก่ ดินเผา และดินเหนียว
คุณสมบัติ แข็งแรง และมี ความทนทาน
ลักษณะสำคัญ ตัวเรือนส่วนใหญ่จะเตี้ย
คุณสมบัติ เหมาะกับสภาพ อากาศที่ฝนตกชุก และลมแรง
ที่ตั้งบริเวณ อำเภอกะทู้

รูปแบบ สถาปัตยกรรม : แบบผสม (แบบชิโนโปรตุกิส)

ลักษณะสำคัญ ตัวตึกมีลักษณะผสม แบบยุโรป และเอเชีย ( จีน )
คุณสมบัติ อาคารไม่ร้อนอบ อ้าว มีแสงสว่าง ตามธรรมชาติ
ลักษณะสำคัญ มีทางเดินใต้ตึกเชื่อมต่อ กันระหว่างแต่ละตึก เรียกว่า อาเขต
คุณสมบัติ ช่วงฝนตกสามารถ เดินได้โดยไม่เปียก
ที่ตั้งบริเวณ บริเวณตัวเมือง ภูเก็ต ได้แก่ ถนน ถลาง ถนนรัษฎา ถนนเยาวราช ฯลฯ

ระเพณีและวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต
จังหวัดภูเก็ตในอดีตเจ้าถิ่นเดิม ได้แก่ เงาะซาไก และชาวน้ำ (ชาวเล หรือ ชาวไทยใหม่) ต่อมาได้มีชาวอินเดีย ชาวไทย และชาวจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยนอพยพเข้ามา สำหรับชาวไทยได้มีการอพยพเข้ามาอาศัยมากขึ้น ทำให้สามารถยึดครองภูเก็ตได้มากกว่าชาติอื่น และในที่สุดชาวไทยที่อาศัยอยู่ก็ได้นำเอาวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ มาปรับปรุงและดัดแปลง จนกระทั่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของชาวภูเก็ตสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดภูเก็ต มีการจัดงานเทศกาลหรือประเพณีที่สำคัญเป็นประจำทุกปี อันได้แก่ งานท้าวเทพกระษัตรี - ท้าวศรีสุนทร ซึ่งตรงกับวันที่ 13 มีนาคม ในงานจะมีการบวงสรวงวีรสตรีทั้งสองท่าน การจัดงานเฉลิมฉลอง และมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เพื่อเป็นการสดุดีวีรกรรมของท่าน และรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่สองวีรสตรีสามารถปกป้องเมืองถลาง ให้รอดพ้นจากข้าศึกพม่า นอกจากนี้จังหวัดภูเก็ตยังมีประเพณีต่าง ๆ ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณและยึดถือปฏิบัติกันประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน ดังนี้

ประเพณีที่ปฏิบัติประจำทุกปีของจังหวัดภูเก็ต
ประเพณีตรุษจีน
คือ การเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของคนจีน วันตรุษจีนตรงกับ วันแรกของเดือน 1 ของจีน หรือ เดือน 2 เดือน 3 ทางจันทรคติ มีพิธีกรรมทั้งหมด 3 วัน
- วันแรก คือ วันที่ 29 เดือน 12 ของจีน มีการเตรียมอาหาร และ ของไหว้ต่าง ๆ ไว้สำหรับวันรุ่งขึ้น
- วันที่สอง คือ วันที่ 30 เดือน 12 ของจีน มีการไหว้ 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า จะมีการไหว้เทพเจ้า และช่วงบ่ายจะมีการไหว้บรรพบุรุษ เมื่อเสร็จพิธีไหว้ จะมีการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว และมีการแจก " อั่งเปา" (แต๊ะเอีย) ให้แก่เด็ก ๆ
- วันที่สาม คือ วันที่ 1 เดือน 1 ของจีน ชาวจีนจะแต่งกายด้วยชุด ใหม่เพื่อเป็นสิริมงคล ไปไหว้พระที่ศาลเจ้า และวันนี้ถือว่าเป็น วันเที่ยว อาจจะไปเยี่ยมญาติในท้องถิ่นอื่น ซึ่งในวันนี้จะไม่มีการ ทำงานแต่อย่างใด จะไม่มีการพูดคำหยาบ หรือดุด่าว่ากล่าวกัน

ประเพณีไหว้เทวดา
คือ การไหว้ต้อนรับ และขอบคุณเทวดาที่ช่วยพิทักษ์รักษามนุษย์ - เวลาของการไหว้จะเริ่มขึ้น หลังเที่ยงคืนของ วันที่ 8 เดือน 1 ของจีนไปแล้ว หรือช่วงเวลาเริ่มต้นของ วันที่ 9 เดือน 1
- ของไหว้ที่สำคัญ คือ ต้นอ้อย 2 ต้น และของคาวหวานต่าง ๆ

ประเพณีเช็งเม้ง
คือ การรวมญาติครั้งใหญ ่เพื่อทำกิจกรรมบูชาบรรพบุรุษร่วมกัน ส่วนใหญ่จะตรงกับ วันที่ 5 เมษายน ของทุกปี แต่ในการไหว้ นั้นมีระยะเวลาที่สามารถไหว้ได้ คือ ก่อนวันที่ 5 เมษายน 10 วัน และหลังวันที่ 5 เมษายน 10 วัน

ประเพณีปล่อยเต่า
คือ การทำบุญ และพระสวดมนต์ให้ศีลให้พรเสร็จ ก็จะมีการปล่อยเต่าลงทะเล ณ อุทยานแห่งชาติหาดไนยาง ในวันที่ 13 เมษายน (วันสงกรานต์) ของทุกปี

ประเพณีวันลอยเรือ
คือ การนำไม้ทองหลาง และไม้ระกำมาเป็นส่วนประกอบของเรือพิธี ซึ่งชาวเลจะใช้ลอย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 11

ประเพณีสารทจีน
คือ เดือนที่ชาวจีนถือว่า ยมบาลมีการปล่อยภูตผี หรือวิญญาณ ต่าง ๆ ให้ออกมารับส่วนบุญประจำปี มีการไหว้บรรพบุรุษของแต่ละครอบครัว ในวันที่ 15 เดือน 7 จีน มีการ "ไป่ปั๋ว" หรือ จัดตกแต่งเครื่องเซ่นไหว้ภูตผีและวิญญาณ ด้วยการทำขนม และแกะสลักผลไม้เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ และของ ไหว้ที่สำคัญคือ ? อั่งกู้ ? หรือ ขนมเต่าสีแดง ทำจากแป้งข้าวเหนียว มีไส้ถั่วเหลืองกวน หรือ ทำจากแป้งสาลีไม่มีไส้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของอายุยืนนาน และมีการไหว้ ณ สถานที่ต่าง ๆ ดังนี้
- ในวัน 17 ค่ำ เดือน 6 ของจีน ณ ศาลเจ้าบ้านกะทู้
- ในวัน 13 ค่ำ เดือน 7 ของจีน ณ บริเวณบ้านตลาดใหญ่
- ในวัน 16 ค่ำ เดือน 7 ของจีน ณ ศาลเจ้าบ้านตลาดเหนือ
- ในวัน 17-18 ค่ำ เดือน 7 ของจีน ณ ตลาดสดเทศบาล
- ในวัน 21 ค่ำ เดือน 7 ของจีน ณ บ้านอ่าวเก (ถนนตะกั่วป่า)
- ในวัน 19-30 ค่ำ เดือน 7 ของจีน ณ ศาลเจ้าพ้อต่อก้อง (บ้านบางเหนียว )

ประเพณีไหว้พระจันทร์
คือ การไหว้เทพเจ้าด้วยขนมไหว้พระจันทร์ (ตงชิวเปี้ย) และ ขนมโก๋ ในวัน 15 ค่ำ เดือน 8 ของจีน

ประเพณีสารทไทย
คือ เดือนที่ชาวไทยมีความเชื่อว่า ยมบาลมีการปล่อยภูตผี และวิญญาณต่าง ๆ ให้ออกมารับเอาส่วนบุญ จึงมีการนำของ คาวหวานต่าง ๆ มาทำบุญและให้ทานกันที่วัด สำหรับขนมที่ สำคัญในพิธี คือ ? ขนมลา ? ขนมเทียน ขนมท่อนใต้ ขนมต้ม ฯลฯ ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 10 และ วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งแต่ละวัดจะกำหนดทำพิธีเพียงหนึ่งวัน แตกต่างกันไป

ประเพณีกินผัก
คือ การถือศีลชำระจิตใจ และงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด มีระยะเวลา 9 วัน เริ่มตั้งแต่ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 จนกระทั่งถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี

ประเพณีเดินเต่า
คือ การสังเกตเต่าขึ้นมาวางไข่ริมชายหาด ในตอนกลางคืนถึงย่ำรุ่ง (ช่วงน้ำทะเลขึ้น) ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ หรือฤดูเต่าวางไข่ เพื่อดูเต่าตัวใหญ่ ๆ ที่หาดูได้ยาก

ประเพณี และวัฒนธรรมอื่น ๆ
การอุปสมบท
ชาวภูเก็ตในปัจจุบันจะนิยมรวบรัดพิธีอุปสมบท โดยให้มีการโกนผมนาคในตอนเช้าตรู่ของวันอุปสมบท และทำพิธีอุปสมบทในตอนสาย เมื่อเสร็จพิธีอุปสมบทในเวลาฉันเพลก็จะเลี้ยงภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ในวัด เพื่อเป็นการฉลองพระภิกษุที่บวชใหม่ไปพร้อมกัน

การแต่งงาน
ชาวภูเก็ตจะมีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีนร่วมกัน นั่นคือเมื่อมีการสู่ขอและกำหนดวันแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ในตอนเช้าของวันแต่งงานเจ้าบ่าวจะแห่ขันหมากและของหมั้นต่าง ๆ มาบ้านเจ้าสาว พร้อมการจุดประทัดต้อนรับเจ้าบ่าวเมื่อมาถึงบ้านเจ้าสาว และเมื่อมีการหมั้นเจ้าสาวเรียบร้อยแล้ว เจ้าบ่าวและเจ้า สาวจะต้องไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม (ปุดจ้อ) ณ ศาลเจ้าปุดจ้อ และไปไหว้หลวงพ่อแช่ม ณ วัดฉลอง เมื่อเสร็จพิธีดังกล่าวแล้วก็จะเป็นการเลี้ยงฉลองการแต่งงาน ซึ่งก่อนการเลี้ยงฉลอง จะมีการเชิญญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายรับการคาราวะน้ำชาจากเจ้าสาว และเจ้าบ่าว เรียกว่า "ผั่งเต๋" เมื่อเสร็จการเลี้ยงฉลอง จะมีการส่งตัวเจ้าสาวเจ้าบ่าวเข้าเรือนหอตามประเพณีทั่วไป

วัฒนธรรมการรับประทานอาหาร
อาหารส่วนใหญ่ของชาวจังหวัดภูเก็ตจะเน้นไปทางด้านอาหารจีน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะของ จังหวัดภูเก็ตเอง นอกจากนี้ในการ การรับประทานอาหารเช้า ชาวจังหวัดภูเก็ตจะนิยมรับประทานเป็น ขนม น้ำชา - กาแฟ หรือขนมจีน แทนการรับประทานข้าว อาหารที่มีลักษณะเฉพาะของชาวภูเก็ต ได้แก่ หมี่ฮกเกี้ยน หมี่หุ้นปาฉ่าง หมี่สั่ว กาหรี่ไหมขวัญ โอวต้าว ปอเปี๊ยะสด เสี่ยวโบ๋ย โลบะ ขนมจีน น้ำชุบหยำ น้ำพริกกุ้งเสียบ และ แกงพุงปลา เป็นต้นสำหรับขนมหวาน ได้แก่ อั่งกู้ (ขนมเต่าสีแดง) ฮวดโก้ย (ขนมฟู) โอเอ๋ว (คล้ายวุ้น) ตูโบ้ เกียมโก้ย และอาโป้ง ฯลฯ นอกจากนี้ภูเก็ตมีน้ำจิ้มมะม่วงที่เป็นลักษณะเฉพาะ คือ คล้ายน้ำปลาหวาน แต่ประกอบจากกะปิ น้ำตาล และซีอิ้วดำแทนน้ำปลา เรียกว่า เกลือเคย

ด้านการละเล่น
การละเล่นพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ต คือ ? รองเง็ง ? เป็นการละเล่น หรือ นาฎศิลป์ของชาวเล ที่มีการร่ายรำ และเต้นรำด้วยการเคลื่อนไหวของมือ เท้า ลำตัว ที่สัมพันธ์และสอดคล้องกัน ด้วยทำนองและเนื้อร้องของเพลงต้นโยง ที่มีเครื่องดนตรี ไวโอลิน ฆ้อง ฉิ่ง และกรับไม้ เป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการแต่งกายในการละเล่น รองเง็ง นั้น ชาวเลผู้หญิงจะนุ่งผ้าปาเต๊ะ สวมเสื้อลูกไม้แขนยาวสีสรรฉูดฉาด ซึ่งชุดที่ใช้สวมใส่จะมีลักษณะคล้ายชุดยอหยา

เพลงประจำจังหวัดภูเก็ต
ยอดนารีศรีถลาง
ยอดนารีศรีถลาง (ดนตรี)
ภูเก็ตเมืองงาม
ของกินภูเก็ต (หรอยๆ)
ตะวันรอนที่แหลมพรหมเทพ
ภูเก็ต (สะพานรักสารสิน)
หาดสุรินทร์
สุดสวาทหาดภูเก็ต
อ้อมกอดอันดามัน

ภูเก็ตจ๋า
ไข่มุกอันดามัน
หาดราไวย์
ภูเก็ตราตรี
ภูเก็ตเมืองสวรรค์
ยินดีที่มาเยือน
สัญญาหน้าอ๊าม
ปลื้มภูเก็ต

แหล่งท่องเที่ยว
จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดเดียวที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องของหาดทรายที่สวยงาม น้ำทะเลใส ท้องทะเลที่งดงามเหมาะสำหรับการดำน้ำ รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน

ในอดีตส่วนใหญ่ คนที่มีความเจริญรุ่งเรือง ทางเศรษฐกิจจะเป็นคนจีน ที่ทำเหมืองแร่ และพ่อค้าคนกลางขายยางพารา ความเจริญที่มาจากคนจีน ซึ่งเห็นได้จากศาลเจ้าจีน ที่ตั้งอยู่เรียงรายในตัวเมืองภูเก็ต เพื่อฉลองเทศกาลถือศีลกินผักในเดือนตุลาคมของทุกปี

แต่ปัจจุบันความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ มาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเปรียบได้กับจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่ค้นพบถึงความงดงามของแสงอาทิตย์ และทะเลที่ภูเก็ตมีไว้รองรับ และยังมีป่าเขาลำเนาไพร วนอุทยานแห่งชาติ โครงการคืนชะนีสู่ป่า รวมทั้งการนั่งช้างชมป่า

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
หาดป่าตอง , แหลมพรหมเทพ , หาดกะตะ-กะรน , วัดฉลอง , พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

ของฝาก
น้ำพริกกุ้งเสียบ , ขนมเต้าส้อ, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ไข่มุก, ผ้าบาติก

เทศกาลและประเพณีท้องถิ่น
ภูเก็ตลากูน่าไตรกีฬา ( เดือนตุลาคม)
เทศกาลถือศีลกินผัก ( เดือนตุลาคมประมาณวันที่ 20-28)
เทศกาลเปิดฤดูการท่องเที่ยว ( เดือนพฤศจิกายน)
งานแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน (เดือนธันวาคม)

การเดินทาง
ทางรถยนต์ :
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ตรงไประนอง จากระนองสู่อำเภอกระบุรีและกะเปอร์ของจังหวัดพังงา ภายในจังหวัดพังงาผ่านอำเภอคุระบุรี ตะกั่วป่า และท้ายเหมือง จนถึงบ้านโคกกลอย ข้ามสะพานท้าวเทพกษัตรีหรือสะพานสารสิน ซึ่งเป็นระยะทางทั้งหมดประมาณ 817 กิโลเมตร

ทางรถประจำทาง :
มีทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศบริการออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุกวัน ติดต่อสอบถามได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด ( 02) 4347192, 4345557-8 บริษัทภูเก็ตเซ็นทรัลทัวร์ จำกัด ( 02) 4355019 บริษัทภูเก็ตท่องเที่ยว ( 02) 4355018 หรือ สถานีขนส่งภูเก็ต ( 076) 211480

ทางเครื่องบิน :
บริษัทการบินไทยมีสายการบินจากกรุงเทพฯ สู่ภูเก็ตทุกวันซึ่งใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 20 นาที ติดต่อสอบถามหรือจองได้ที่ บริษัทการบินกรุงเทพฯ จำกัด ( 02) 2800060, 6282000

ทางเรือ :
เรือที่เข้ามาในจังหวัดภูเก็ต มีทั้งเรือขนถ่ายสินค้า และเรือท่องเที่ยวจากทั้งใน และต่างประเทศ ติดต่อสอบถามได้ที่บริษัทตัวแทนจำหน่ายต่างๆ ได้

เกาะต่างๆ รอบภูเก็ต
ภูเก็ตมีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล บริการอย่างพร้อมมูล ทำให้เมืองภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ในน่านน้ำทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูปะการัง เล่นน้ำตามแนวหาดทราย การตกปลา ชมธรรมชาติป่าเขา และโขดหินบนเกาะ ภูเก็ตมีเกาะบริวารทั้งหมด 39 เกาะ ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เกาะที่น่าสนใจ ได้แก่

เกาะราชาใหญ่
เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสะอาด มีหาดทางด้านตะวันตกอยู่ระหว่างหุบเขาเป็นรูปคล้ายเกือกม้า เรียกว่า “อ่าวน้ำตาตก” หรือ “อ่าวบังกะโล” มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาดลักษณะคล้ายทะเลแถบหมู่เกาะสิมิลัน บนยอดเขาทางใต้ของอ่าว มีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะใต้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี อ่าวสยาม อ่าวทือ ที่มีหาดทรายขาว และทางตะวันออกของเกาะคือ “อ่าวขอนแค” จะมีปะการังเขากวาง ประการังอ่อน เป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่สมบูรณ์จุดหนึ่ง สามารถเช่าเรือหางยาวเหมาลำได้ที่อ่าวฉลอง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง หรืออาจใช้บริการนำเที่ยวของบริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางคือเดือนธันวาคม-เดือนเมษายน บนเกาะมีที่พักบริการ

เกาะราชาน้อย
อยู่ห่างจากเกาะราชาใหญ่ 10 กิโลเมตร เป็นเกาะที่เกิดจากทับถมของหินปะการัง จึงมีโขดหินมากกว่าหาดทราย ทางด้านตะวันตกมีอ่าวเล็ก ๆ สำหรับจอดเรือ น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต ไม่เหมาะเล่นน้ำ แต่เป็นแหล่งตกปลาที่มีปลาชุกชุม

เกาะไม้ท่อน
เป็นเกาะที่มีปะการังสวยงาม น้ำทะเลใสหาดทรายขาว เหมาะสำหรับผู้ชอบการดำน้ำและตกปลา บนเกาะมีที่พักบริการ

เกาะเฮ
เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงาม และมีปะการังสมบูรณ์ นั่งเรือจากหาดราไวย์ เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร บนเกาะมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว

เกาะโหลน
พื้นที่เกาะเป็นภูเขามีที่ราบริมทะเล มีเรือโดยสารออกจากอ่าวฉลอง เวลา 08.00-09.00 น. ราคา 150 บาท ต่อคน หรือเช่าเรือหางยาวเหมาลำ ราคาประมาณ 800 บาท ใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาที มีที่พักบริการบนเกาะ

เกาะตะเภาใหญ่
ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือจากอ่าวมะขามเพียง 10 นาที บนเกาะมีนกเงือกอาศัยอยู่ มีร้านอาหารและที่พักบริการ

เกาะรังใหญ่
อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะเล็ก ๆ เงียบสงบ มีบริษัทนำเที่ยวจัดนำเที่ยวชมฟาร์มมุก พายเรือแคนู ขี่จักรยานรอบเกาะ เล่นมินิกอล์ฟ มีร้านอาหารบริการ การไปเที่ยวที่เกาะรังใหญ่จะต้องติดต่อล่วงหน้า

เกาะมะพร้าว
อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เดินทางด้วยเรือโดยสารจากท่าเรือแหลมหินใช้เวลาประมาณ 15 นาที บนเกาะมีหมู่บ้านประมง ที่ยังมีวิถีชีวิตแบบชาวบ้านเดิม ๆ นอกจากนั้นยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สามารถเดินศึกษาเองได้ หรือหาเช่าจักรยานขี่ท่องเที่ยวรอบ ๆ เกาะก็ได้ และหากต้องการตกปลา นั่งเรือเที่ยวสามารถติดต่อหาเช่าเรือจากชาวประมง บนเกาะมีที่พักบริการ

เกาะนาคาน้อย
เป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงมุก นักท่องเที่ยวสามารถซื้อทัวร์ชมฟาร์มมุกดูการสาธิตวิธีเลี้ยงมุก บนเกาะมีร้านขายมุกและร้านอาหารทะเลไว้บริการ มีชายหาดสำหรับพักผ่อนว่ายน้ำได้ สามารถเดินทางไปได้ตลอดปี การไปเที่ยวที่เกาะนาคาน้อยต้องติดต่อล่วงหน้าที่บริษัททัวร์ในตัวเมืองภูเก็ต บนเกาะไม่มีที่พัก

เกาะไข่นอก
เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มากนัก มีชายหาดสวยงามทรายละเอียดขาวรอบเกาะ เล่นน้ำได้ ด้านหลังของเกาะจะมีปลาเสืออยู่เป็นจำนวนมาก รอบ ๆ บริเวณมีปะการังเขากวาง ปะการังหินซ้อน สามารถเช่าเรือจากท่าเรือแหลมหิน เกาะไข่นอกเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาพักผ่อนเล่นน้ำ บนเกาะไม่มีบริการที่พัก

เกาะบอน
เป็นเกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต มีหาดทรายขาว สามารถเล่นน้ำได้ เดินทางไปเที่ยวชมได้ แบบเช้าไปเย็นกลับ โดยเช่าเรือจากหาดราไวย์หรือแหลมกา ใช้เวลาเพียง 10 นาที ไม่มีที่พักบริการ

แหลมในจังหวัดภูเก็ต
แหลมพรหมเทพ
แหลมพรหมเทพเป็นแหลมที่มีหน้าผาสูงอยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต เดิมชาวบ้านเรียกแหลมนี้ว่า "แหลมเจ้า" จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดสู่แหลมที่เป็นโขดหิน มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตเป็นกระแสน้ำวนและลึก ไกลออกไปจะเห็นเกาะแก้วพิสดารอยู่ด้านหน้าแหลม และทางขวาจะมีถนนตัดไปหาดในหาน
แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนภูเก็ตมักจะต้องหาโอกาสมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
แหลมพรหมเทพอยู่ห่างจากหาดราไวย์ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากถนนหน้าหาดราไวย์ เลี้ยวซ้ายที่สามแยกแรก ไปตามป้ายบอกทางก็จะถึงแหลมพรหมเทพ

แหลมสิงห์
แหลมสิงห์เป็นหาดเล็กๆ ที่เงียบสงบ ทรายขาวสะอาดมีโขดหินสวยงาม เหมาะแก่การว่ายน้ำ และมีร่มไม้เหมาะแก่การพักผ่อน
แหลมสิงห์อยู่ถัดจากหาดสุรินทร์ไปทางใต้เพียง 1 กิโลเมตร จากหาดสุรินทร์ไปตามถนนทีจะไปหาดกมลา จะมีป้ายเล็กทางด้านขวามือ และจะมีทางแยกทางด้านขวาเข้าสู่แหลมสิงห์

แหลมพันวา
เป็นที่ตั้งของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ มีชายหาดบางส่วนที่พอเล่นน้ำได้ แต่นักท่องเที่ยวมักไม่นิยมมาเล่นน้ำบริเวณนี้
การเดินทางไปแหลมพันวา ออกจากตัวเมืองภูเก็ตไปทางใต้ โดยใช้ถนนศักดิเดช ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร

แหลมกา
หาดแหลมกาเป็นหาดเล็กๆที่สงบเงียบ คลื่นไม่แรง หาดทรายขาวสะอาด มีโขดหินเรียงราย ทะเลเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ และดำผิวน้ำดูปะการังใกล้ชายฝั่ง ที่หาดมีบังกะโล ร้านค้า และร้านอาหารคอยบริการนักท่องเที่ยว
แหลมกาอยู่ห่างจากตัวเมือง 16 กิโลเมตร จากห้าแยกฉลองตรงไปถนนวิเศษ ก่อนถึงหาดราไวย์ ทางซ้ายจะมีป้ายบอกทางเข้าหาดแหลมกา เข้าไปตามทางประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงหาด

ชายหาด
หาดป่าตอง

หาดป่าตอง มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งกว้าง มีน้ำทะเลใส หาดทรายที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาทางน้ำทุกชนิด และยังเป็นหาดที่เป็นจุดศูนย์กลางของนักท่องเที่ยว จนเรียกได้ว่านักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตไม่มีใครที่ไม่รู้จักหาดป่าตอง หาดป่าตองยังเป็นหาดที่มีสถานบันเทิงต่างๆมากมายทุกประเภทที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยว นับเป็นหาดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุดในภูเก็ต อาทิ สถานที่พัก บริษัทนำเที่ยว ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง เป็นต้น
สินค้า และของที่ระลึกทุกชนิดหาได้ในหาดป่าตอง จนมีบางคนเคยพูดไว้ว่าถ้าหาอะไรในหาดป่าตองไม่เจอก็ไม่ต้องไปหาที่อื่นในจังหวัดภูเก็ต แต่ราคาของสินค้าในหาดป่าตองนั้นจะค่อนข้างสูงเนื่องจากลูกค้าส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในการเลือกซื้อสินค้าต้องอาศัยทักษะในการต่อรองราคาจึงจะซื้อได้ราคาถูก
หาดป่าตองอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนวิชิตสงครามหรือทางหลวง 4020 ประมาณ 9 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 4029 (จะมีป้ายบอกว่าไปหาดป่าตอง) อีก 6 กิโลเมตรซึ่งเป็นถนนที่ค่อนข้างคดเคี้ยวและมีความลาดชันสูง

หาดราไวย์
หาดราไวย์มีหมู่บ้านชาวเลอยู่ทางด้านซ้ายของหาด บริเวณริมหาดมีเรือประมง เรือหางยาว และเรือเร็ว (Speed Boat) ให้นักท่องเที่ยวเช่าไปเกาะต่างๆ อาทิ เกาะเฮ เกาะบอน เกาะรายา เกาะแก้วพิสดาร เป็นหาดที่สามารถเล่นน้ำได้เพราะชายฝั่งตื้นคลื่นลมไม่แรง มีที่พัก และร้านอาหารทะเลมากมายบริการริมหาด
หาดราไวย์อยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตรตามเส้นทางจากห้าแยกฉลองตรงไปตามถนนวิเศษ ก็จะถึงหาดราไวย์

หาดไม้ขาว
ไปตามเส้นทางถนนเทพกระษัตรี ผ่านทางแยกเข้าสนามบินตรงไปทางสะพานสารสินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือมีป้ายบอกทางเข้าหาดไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเล และเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ แต่ปัจจุบันจำนวนลดลงมาก
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเล่นน้ำ หรือว่ายน้ำในทะเลอาจทำได้ในช่วงนอกฤดูมรสุม แต่ต้องระมัดระวังเนื่องจากหาดค่อนข้างชันลงไปในทะเล การเล่นน้ำในฤดูมรสุมไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะหาดชันและคลื่นแรง

หาดในยาง
หาดไนยางเป็นที่ตั้งทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนหาด ราวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมาก จนแทบจะไม่เห็นเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย
การไปหาดไนยากนั้น ออกจากตัวเมืองภูเก็ตไปตามถนนเทพกษัตรี หลังจากผ่านตัวเมืองถลางแล้ว ให้เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร (มีป้ายบอกทางไปหาดไนยาง) หลังจากนั้นจะมีป้ายบอกทางเข้าอุทยานฯและหาดไนยางทางด้านซ้ายมือ

หาดในทอน
จากตัวเมืองภูเก็ตไปตามถนนเทพกษัตรี เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตร 21-22 เมื่อถึงทางแยกเข้าบ้านสาคู เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดในทอน เป็นเวิ้งอ่าวที่งามแปลกตาทอดโค้งจากตัวเกาะ เป็นที่กำบังคลื่นลมได้อย่างดี และเป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ
แต่ในช่วงฤดูมรสุม ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ เนื่องจากคลื่นลมแรงและกระแสน้ำในทะเลค่อนข้างเชี่ยว

หาดบางเทา
อ่าวบางเทาเป็นอ่าวที่เปิดกว้าง และเป็นที่ตั้งของหาดบางเทาซึ่งเป็นหาดที่ยาวที่สุดหาดหนึ่งในภูเก็ต ครั้งหนึ่งหาดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ในการทำเหมืองแร่ดีบุก แต่ในปัจจุบันพื้นที่บางส่วนได้ถูกพัฒนาเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหรูหราหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาว 5 โรงแรม และสนามกอล์ฟของกลุ่มลากูน่า (Laguna) นอกเหนือจากโรงแรมในกลุ่มลากูน่า ยังมีที่พักและโรงแรมอื่นๆทางใต้ของอ่าวบางเทา
นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำ และว่ายน้ำบริเวณชายหาดได้นอกฤดูมรสุม ในฤดูที่มีมรสุมคลื่นค่อนข้างแรง ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในทะเล สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำชมปะการัง นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของอ่าวก็มีปะการังที่สวยงาม
การเดินทางไปอ่าวบางเทา ไปตามถนนเทพกระษัตรีถึงอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีสุนทรไปถึงหมู่บ้านเชิงทะเล แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกสถานีตำรวจไปทางเดียวกับทางเข้าโรงแรมในกลุ่มลากูน่า เมื่อเลยทางเข้าโรงแรมไปจนถึงหมู่บ้านบ้านดอน จะมีสี่แยก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางตะวันตกจะถึงตอนเหนือของอ่าวบางเทา ถนนเส้นนี้สามารถนำท่านไปสู่หาดไนทอนอีกด้วย
ส่วนการเดินทางไปทางตอนใต้ของอ่าวบางเทา อาจเข้าทางตอนเหนือของหาดสุรินทร์ก็ได้

หาดสุรินทร์
หาดสุรินทร์เป็นหาดที่เงียบสงบอยู่ริมเชิงเขา มีต้นสนทะเลเรียงรายอยู่บริเวณเหนือหาดทางด้านขวาเคยเป็นที่ตั้งสนามกอล์ฟซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 หาดสุรินทร์เป็นหาดที่มีความลาดชันมาก ในช่วงฤดูมรสุมมีคลื่นลมแรงไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ
หาดสุรินทร์อยู่ห่างจากตัวเมือง 24 กิโลเมตร ไปตามถนนเทพกระษัตรีถึงอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทรแล้วเลี้ยวซ้ายไป 12 กิโลเมตร

หาดกมลา
หาดกมลาเป็นแนวหาดทรายยาวประมาณ 2 กิโลเมตร นับเป็นหาดหนึ่งที่สงบเงียบ มีสถานที่พักทั้งโรงแรมใหญ่-เล็ก บังกะโล บริษัทนำเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยว
หาดกมลาอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 26 กิโลเมตร จากอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร เลี้ยวซ้ายผ่านหาดสุรินทร์ แหลมสิงห์ ก็จะถึงหาดกมลา

หาดกะรน
หาดกะรน อยู่ห่างจากตัวเมือง 20 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนเจ้าฟ้าถึงห้าแยกอ่าวฉลองเลี้ยวขวาเข้าถนนปฏัก จากห้าแยกประมาณ 6 กิโลเมตรจะเห็นทางแยกด้านซ้ายไปหาดกะตะ หาดกะรนอยู่ถัดจากหาดกะตะไปทางด้านเหนือไปตามถนนซึ่งแยกจากหาดกะตะ 3 กิโลเมตร เป็นหาดทรายขาวละเอียดทอดตัวในแนวยาวไปจนสุดหาด และเป็นหาดหนึ่งที่มีสถานที่พัก บริษัทนำเที่ยว ร้านค้า จำนวนมากสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

หาดกะหลิม
หาดกะหลิมเป็นหาดเล็กๆ หาดทรายจะเป็นทรายปนหินก้อนเล็กๆ มีโขดหินและแนวปะการัง และมีสถานที่พักและร้านอาหารริมหาด ถึงแม้จะเป็นหาดที่ติดกับหาดป่าตอง แต่พื้นที่ริมหาดยังไม่ได้รับการพัฒนามากเท่าป่าตอง
การไปหาดกะหลิม ไปตามเส้นทางเดียวกับหาดป่าตอง แต่เมื่อถึงตัวหาดป่าตองจะมีทางแยกให้เลี้ยวขวาก็จะถึงหาดกะหลิม หรือ ไปจากหาดกมลา ให้ไปตามถนนรอบเกาะ หาดกะหลิมจะเป็นหาดเล็กๆถึงก่อนหาดป่าตอง

หาดกะตะ
อยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนเจ้าฟ้าถึงห้าแยกอ่าวฉลองเลี้ยวขวาเข้าถนนปฏัก หาดกะตะแบ่งออกเป็น 2 หาด คือหาดกะตะใหญ่ และหาดกะตะน้อย เป็นหาดที่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ และใช้เป็นที่ฝึกดำน้ำเนื่องจากมีแนวปะการังติดต่อกันไปจนถึงเกาะปู ซึ่งอยู่ด้านหน้าหาดกะตะ ปัจจุบันหาดกะตะเป็นหาดหนึ่งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สถานที่พัก บริษัทนำเที่ยว ร้านค้า แหล่งบันเทิงต่างๆ ไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกับหาดกะรน

หาดในหาน
ชายหาดมีความยาวไม่มากนักหาดทรายขาวสะอาดและค่อนข้างสงบเงียบ ในช่วงฤดูมรสุมระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม คลื่นลมแรง ไม่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ
การไปหาดไนหาน จากห้าแยกฉลองตรงไปตามถนนวิเศษ ก็จะถึงหาดราไวย์ จากถนนเรียบหาดราไวย์เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร (จะมีป้ายบอกทางเล็กๆไปจนถึงหาด) ก็จะถึงหาดไนหาน หรือถ้าไปจากแหลมพรหมเทพเลี้ยวขวาไปตามถนนสายรอบเกาะก็จะถึงหาดในหาน ซึ่งห่างจากตัวเมือง 18 กิโลเมตร

หาดกะตะน้อย
หาดกะตะน้อย อยู่ทางใต้ของหาดกะตะ เป็นหาดขนาดเล็กกว่าหาดกะตะ ตามแนวหินและปะการังด้านทิศใต้ของหาดมีปลาอาศัยอยู่มาก หาดกะตะน้อยมีโรงแรม รีสอร์ท และร้านค้าต่างๆคอยให้บริการนักท่องเที่ยว

หาดทรายแก้ว
เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสน อยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต มีร้านอาหารหลายร้านตั้งอยู่ในแนวริมชายหาด ก่อนถึงสะพานสารสิน การเล่นน้ำ ว่ายน้ำนอกฤดูมรสุมสามารถทำได้

บรรยายสรุปจังหวัดภูเก็ต

All site contents copyright©2007 www.phuketchamber.com
PHUKET CHAMBER : 1/1 Montri Rd., Muang District, Phuket 83000 Thailand.
Tel. : 0-7621-7567-8 Fax : 0-7623-2038 e-mail : info@phuketchamber.com
design by : phuket2phuket.com tel. 081-677-6152