เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการค้าปลีก หอการค้าจังหวัดภูเก็ต ได้เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ต หารือถึงมาตรการในการเรียกร้องให้ห้างสรรพสินค้าและค้าปลีกรายใหญ่ที่มาเปิดที่ภูเก็ตยื่นจ่ายภาษีที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีตัวแทนจากสรรพากรพื้นที่ภูเก็ต หัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายชวนะ เกียรติชวนะเสวี ประธานคณะกรรมการค้าปลีกจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน ณ ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดภูเก็ต
โดย นายสุภัศร์ ลาพินี นักวิชาการสรรพากร 8 ว.จากสำนักงานสรรพากรพื้นที่ภูเก็ต กล่าวในที่ประชุม ว่า ห้างสรรพสินค้าที่มาเปิดสาขาที่ภูเก็ตที่ยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ภูเก็ตมีเพียงห้างเดียวเท่านั้น คือ ห้างบิ๊กซี ส่วนที่เหลือทั้งหมดยื่นเสียภาษีที่ส่วนกลาง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการชะลอไม่ให้ห้างสรรพสินค้าขยายสาขาเพิ่มอีกในช่วงที่ พ.ร.บ.ค้าปลีก ยังไม่มีผลบังคับใช้ ซึ่ง นายสมโภชน์ สังขพงษ์ หัวหน้าสำนักงานการค้าภายในภูเก็ต กล่าวว่า พ.ร.บ.ค้าปลีกค้า ส่งได้ผ่านการเห็นชอบจาก ครม.แล้วเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกฤฎีกาตีความหลังจากนั้นก็จะกลับเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.อีกรอบหนึ่ง ตอนนี้ไมสามารถที่จะห้ามได้ ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นว่าจะอนุญาตให้ก่อสร้างได้หรือไม่
ขณะที่ ห้างเทสโก้ โลตัส สาขาภูเก็ต ชี้แจงว่า เทสโก้ โลตัส สาขาภูเก็ต และทุกสาขาทั่วประเทศได้จ่ายภาษีเต็มจำนวน ซึ่งประกอบด้วย ภาษีป้าย ประเมินเป็นเงินกว่า 200,000 บาท ในปี 2549 และภาษีโรงเรือนเป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท ในปี 2549 ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวได้บำรุงท้องถิ่นและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะประโยชน์
ทั้งนี้ บริษัทได้นำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากยอดขาย 94 ล้านบาท จำนวน 14.2% คิดเป็นเงิน 13 ล้านบาท จ่ายให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และในปี 2549 เทสโก้ โลตัส สาขาภูเก็ต ได้ชำระภาษีท้องถิ่นกว่า 18 ล้านบาท ภายใต้โครงการชำระภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ต ของกรมสรรพากร ซึ่งทุกสาขาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ ไปปฏิบัติเช่นเดียวกัน |