ในสมัยรัฐบาลของ จอมพลถนอม กิตติขจร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการตรา พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นกรอบในการจัดตั้งหอการค้าไทยขึ้นทำหน้าที่เป็นองค์กรตัวแทนภาคเอกชนด้านธุรกิจการค้าในระดับประเทศ
ต่อมา ในสมัยรัฐบาลของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้มีนโยบายส่งเสริมให้มีการจัดตั้งหอการค้าประจำจังหวัดทั่วประเทศ โดยกำหนดให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการในภาพรวม และให้อธิบดีกรมการค้าภายในดำรงตำแหน่งนายทะเบียนกลางหอการค้า ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัด โดยมีสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นหน่วยงานสนับสนุนและรายงาน ความก้าวหน้าเป็นระยะ
สำหรับจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับการเร่งรัดให้ดำเนินการจัดตั้งหอการค้า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2522 ในขณะนั้น นายเสน่ห์ วัฒนาทร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจัดการประชุมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของหอการค้าจังหวัด รวมทั้งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด (กรอ. จังหวัด) แก่นักธุรกิจและผู้ประกอบการในพื้นที่
ในการประชุมครั้งดังกล่าว มีคณะกรรมการจากหอการค้าไทยร่วมกับคณะกรรมการจากกองสถาบันการค้า กรมการค้าภายใน เข้าร่วมให้ข้อมูลและสนับสนุนการดำเนินงาน โดยมี นายปรีชา ตันประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุม
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าว สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตได้ประสานงานกับ นายเจียร วานิช นายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ต, นายพูนเพิ่ม สุวรรณาคาร นายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ต และ นายสุรินทร์ สุดเดือน กรรมการเลขานุการสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้สมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ตดำเนินการจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตขึ้น
ในเบื้องต้น สมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ตได้มีมติให้ดำเนินการจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และให้ยุบสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ตเพื่อรวมบทบาทภารกิจเข้าดำเนินการภายใต้หอการค้าจังหวัดภูเก็ต โดยให้คณะกรรมการก่อตั้งเดิมดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นหอการค้าจังหวัดภูเก็ตต่อไป
ต่อมา ได้มีการประชุมอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2523 ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เร่งดำเนินการจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว สำนักงานสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ตได้ย้ายจากบริเวณตลาดสดไปยังสำนักงานชั่วคราวบริเวณถนนดีบุก (สถานที่ตั้งร้านระย้าในปัจจุบัน)
นอกจากนี้ ที่ประชุมประจำเดือนครั้งที่ 6/2523 เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2523 ยังมีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตขึ้นแทนสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ต และมอบหมายให้คณะกรรมการจำนวน 9 คน เป็นผู้แทนผู้ริเริ่มการจัดตั้ง ดำเนินการขออนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2523 ประกอบด้วย
นายพูนเพิ่ม สุวรรณาคาร
นายติลก ถาวรว่องวงศ์
นายวีระพงษ์ หงษ์หยก
นายปรีดารมย์ โกมุทผล
นายสุรินทร์ สุดเดือน
นายสู่ ออวัฒนา
นายวิชัย จู่ภิบาล
นายสุจินต์ แสงศรีรัตนกุล
นายสนิท ตัณฑเวส
ภายหลังจากการยื่นขอจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตในครั้งแรก ปรากฏว่ามีปัญหาและข้อขัดข้องหลายประการ อาทิ กรรมการผู้ขอจัดตั้งบางท่านมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ตราสัญลักษณ์ของหอการค้าจังหวัดภูเก็ตยังคงใช้ตราของสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ตเดิม โดยเปลี่ยนเพียงชื่อเป็น PKCC (The Phuket Chamber of Commerce) รวมถึงความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับที่ตั้งสำนักงานหอการค้า เป็นต้น ส่งผลให้การขอจดทะเบียนจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตในครั้งนั้นต้องระงับไว้ชั่วคราว
จากความไม่พร้อมในหลายประการดังกล่าว กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงได้เสนอแนวทางแก้ไข โดยประสานไปยังคณะผู้ริเริ่มจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตให้ดำเนินการปรับปรุงข้อบังคับให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้นก่อนการออกใบอนุญาต โดยมีข้อเสนอให้แก้ไขจำนวน 2 ข้อ ดังนี้
ข้อ 25
ให้ยกเลิกข้อความเดิม และใช้ข้อความใหม่ ดังนี้
“การรับรองรายงานของคณะกรรมการหอการค้า เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีครบวาระ หรือกรณีคณะกรรมการชุดเดิมลาออกทั้งคณะ ให้คณะกรรมการหอการค้าชุดใหม่ยื่นจดทะเบียนเป็นกรรมการหอการค้าต่อนายทะเบียนหอการค้าจังหวัดภูเก็ตภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง และให้เข้ารับมอบงานจากคณะกรรมการชุดเดิมของหอการค้าภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน หากยังไม่มีการยื่นขอจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ตามกำหนด ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดเดิมยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป”
ข้อ 30
ให้แก้ไขข้อความจากเดิม
“ภายในเดือนเมษายนของทุกปี และไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชีของหอการค้า”
เป็น
“ภายในเดือนเมษายนของทุกปี หรือ ไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชีของหอการค้า”
สำหรับข้อบังคับอื่น ๆ ไม่ปรากฏข้อบกพร่องแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ตยังมิได้ดำเนินการแก้ไขข้อบังคับตามข้อเสนอแนะดังกล่าว ทำให้เรื่องการจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตต้องชะลอไว้จนถึงช่วงปลายปี พ.ศ. 2525
ต่อมา ในสมัยที่ นายจิรทีปต์ เอกเพิ่มทรัพย์ (ชื่อเดิม นายถาวร ตันติศิริไพบูลย์) ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ต ทางจังหวัดได้ประสานขอความร่วมมือให้มีการดำเนินการจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตขึ้นอีกครั้ง และการจัดตั้งในครั้งนี้ได้ดำเนินการสำเร็จโดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 โดยได้มีการแก้ไขข้อบังคับทั้ง 2 ข้อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกรมการค้าภายในเรียบร้อยแล้ว
ต่อมา ได้มีการจัดประชุมสามัญใหญ่ประจำปี ครั้งที่ 1/2527 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2527 ซึ่งที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดที่ 1 จำนวน 21 ท่าน และมี นายจิรทีปต์ เอกเพิ่มทรัพย์ ดำรงตำแหน่ง ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เป็นท่านแรก
ภายหลังจากการจัดตั้งหอการค้าจังหวัดภูเก็ตแล้วเสร็จ แม้จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดแรกเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่ในระยะเริ่มต้นหอการค้าจังหวัดภูเก็ตยังมิได้ดำเนินกิจกรรมตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเพียงการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด (กรอ. จังหวัด) เท่านั้น อีกทั้งยังไม่ปรากฏการจัดส่งเอกสารรายงานผลการดำเนินงานต่อกระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากคณะกรรมการบริหารในขณะนั้นส่วนใหญ่เป็นผู้แทนจากกลุ่มสมาคมพ่อค้าจังหวัดภูเก็ต ซึ่งยังไม่เข้าใจบทบาทและภารกิจของหอการค้าอย่างชัดเจน ประกอบกับ นายจิรทีปต์ เอกเพิ่มทรัพย์ (ชื่อเดิม นายถาวร ตันติศิริไพบูลย์) ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับภารกิจทางธุรกิจส่วนตัว นอกจากนี้ กรรมการบางท่านยังได้ถึงแก่กรรมในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้การดำเนินงานของหอการค้าจังหวัดภูเก็ตไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากข้อจำกัดด้านความพร้อมของภาคเอกชนในขณะนั้น สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต จึงได้เสนอแนวทางแก้ไขเพื่อฟื้นฟูการดำเนินงานของหอการค้าจังหวัดภูเก็ต โดยเสนอให้มีการประสานเชิญผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่มีความพร้อมเข้ามามีบทบาทในการบริหารงาน โดยเฉพาะการพิจารณาทาบทามบุคคลที่เหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ได้แก่
นายเอกพจน์ วานิช
นายอาทร ต้องวัฒนา
นายวิจิตร ณ ระนอง
นายสมเกียรติ งานทวี
นายติลก ถาวรว่องวงศ์
นายสุจินต์ อุดมทรัพย์
นายสุนทร จิรพัฒนโสภณ
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์
ร.ท. ภูมิศักดิ์ หงษ์หยก
นอกจากนี้ ยังได้มีข้อเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเป็นการส่วนตัว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของหอการค้าจังหวัดภูเก็ตให้สามารถขับเคลื่อนบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้การดำเนินงานของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด (กรอ. จังหวัด) เป็นไปตามแนวนโยบายของ กระทรวงมหาดไทย อย่างเป็นรูปธรรม
จากแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาในทั้งสองประการดังกล่าว ได้นำไปสู่การเรียกประชุมเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดภูเก็ตขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้เชิญนักธุรกิจ พ่อค้า และบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมจำนวน 49 ท่าน ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการฟื้นฟูบทบาทและการขับเคลื่อนภารกิจของ หอการค้าจังหวัดภูเก็ต ให้ก้าวเข้าสู่ “ยุคใหม่” อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กรให้มีความเข้มแข็ง พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน